Written by 8:44 am ไลฟ์สไตล์

กาแฟสกัดเย็นทำยังไง?

ถ้าคุณเป็นคอกาแฟ คุณจะต้องเคยได้ยินชื่อกาแฟสกัดเย็นแน่ๆ เพราะชื่อนี้เริ่มเป็นเทรนด์ในประเทศไทยมาซักระยะ และหลายๆ แบรนด์ก็เริ่มนำเอาผลิตภัณฑ์มาวางขายเยอะขึ้นทุกวันๆ แต่สำหรับคนที่อาจจะไม่คุ้นเคยและกำลังสงสัยว่ามันจะต่างจากกาแฟเย็นยังไง แล้วถ้าอยากลองทำต้องทำอย่างไรบ้าง จะสะดวกหรือถูกกว่าไปซื้อกินที่ร้านไหม วันนี้เราลองมาหาคำตอบกัน

กาแฟสกัดเย็นคืออะไร?

กาแฟสกัดเย็นคือการนำเอากาแฟที่ผ่านการบดแล้ว ซึ่งไม่จำเป็นต้องบทละเอียดมาก็ได้ มาแช่ (immerse/steep) กับน้ำอุณหภูมิต่ำ อาจจะเป็นน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้องก็ได้ จะทำให้สารประกอบต่างๆ ในกาแฟละลายออกมาได้น้อยกว่าเมื่อเทียมกับการชงด้วยน้ำร้อน ทำให้กาแฟสกัดเย็นมีรสชาติที่นุ่มกว่า และมีความเปรี้ยวที่ต่ำกว่ากาแฟร้อนทั่วไป แต่ก็แลกมาด้วยเวลาที่ต้องใช้ในการสกัดที่มากขึ้นหลายเท่าตัว

เมล็ดที่เหมาะกับการทำกาแฟสกัดเย็น

ทุคนสามารถใช้เมล็ดกาแฟที่ชอบได้เลย โดยแนะนำให้ใช้ระดับคั่วอ่อน หรือคั่วกลางเท่านั้น เพราะมีความขมน้อยและยังดึงกลิ่นของกาแฟออกมาได้มากกว่า ซึ่งหากใช้เป็นคั่วเข้มไปเลย อาจได้เป็นกาแฟขมที่อาจจะไม่ลงตัวยิ่งกว่าการชงแบบร้อนก็เป็นได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละคนเช่นกัน 

ความละเอียดในการบด อย่างที่กล่าวไว้ก่อนหน้าอาจจะไม่ต้องละเอียดมาก ถ้าจะพูดให้เจาะจง ขนาดที่เหมาะสมที่สุดหรือขนาดเท่ากับเกลือโคเชอร์ (kosher salt) ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเหลือที่เราใช้ๆ กันทุกวันนี้ แต่ก็มีขนาดเล็กกว่าเกลือที่อยู่ในขวดเกลือบดนั่นเอง

ตามปกติแล้วกาแฟสกัดเย็นจะใช้เวลาสกัดราวๆ 18-24 ชั่วโมง โดยใช้สัดส่วน 1:5 หรือกาแฟ 100 กรัม ต่อน้ำทุกๆ 500 มิลลิลิตร  

วิธีทำกาแฟสกัดเย็น

  1. นำกาแฟที่บดแล้ว และน้ำผสมเข้าด้วยกัน คนให้กาแฟกระจายตัว
  2. นำไปแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 18 ชั่วโมง หาทำไว้ตั้งแต่เที่ยง ก็สามารถดื่มได้ตอนเข้างาน 8 โมงเช้าพอดี
  3. เมื่อถึงเวลานำออกมากรองให้แยกออกเป็น 2 แบบ คือกรองหยาบและกรองละเอียด
    1. กรองหยาบ เช่น ผ้าขาว เพื่อลดระยะเวลากรองแบบละเอียด เพราะจะได้เอาชิ้นส่วนใหญ่ออกก่อน อีกทั้งยังลดระยะเวลาการกรองโดยรวมอีกด้วย
    2. กรองละเอียด เช่น กระดาษดริปกาแฟ นำกาแฟกรองหยาบมากรองอีกครั้งเพื่อกำจัดตะกอนและไม่ขัดสุนทรียภาพในการดื่ม
  4. บรรจุกาแฟลงขวด ปิดฝาให้สนิท กาแฟสกัดเย็นสามารถเก็บในตู้เย็นได้ยาวนานถึง 2 สัปดาห์

เราจำเป็นต้องมีเครื่องชงสกัดเย็นโดยเฉพาะหรือไม่?

เครื่องชงกาแฟสกัดเย็นสามารถช่วยให้ชีวิตคุณสะดวกสบายขึ้นเป็นอย่างมากหากคุณเป็นคอกาแฟและดื่มกาแฟสกัดเย็นอยู่เป็นประจำ เพราะคุณไม่จำเป็นต้องเตรียมอุปกรณ์ให้ยุ่งยากวุ่นวาย เพียงแค่ใส่กาแฟและเติมน้ำก็เพียงพอ แต่การทำกาแฟสกัดแบบไม่มีเครื่องก็ไม่ได้ยุ่งยากขนาดนั้น อาจจะลำบากเพียงตอนนบดกาแฟ (สำหรับคนไม่มีเครื่องบด) และตอนกรองเท่านั้น แต่ในแง่ก็ของระยะเวลาก็ไม่ต่างกัน

สรุป

การทำกาแฟสกัดเย็น จะเหมือนกับการทำอาหารทั่วไป หากทำเองยังไงก็ประหยัดกว่า เพียงแต่ค่าอุปกรณ์อาจจะดูแพงไปซักหน่อย โดยเฉพาะเมล็ด, ฟิลเตอร์ (กระดาษกรอง) และเครื่องบดกาแฟ (คุณอาจจะซื้อที่บดมือก็ไได้ แต่ราคาก็หลายร้อยเหมือนกันหากต้องการแบบมีคุณภาพ)

ซึ่งปัจจุบัน กาแฟสกัดเย็นสำเร็จรูปหรือตามร้านกาแฟต่างๆ ราคาก็สูงเกินกว่าเราจะสามารถซื้อดื่มได้ทุกวัน แต่ก็จะได้เรื่องความสะดวกด้านเวลามาแทน เพราะอยากจะดื่มเมื่อไหร่ก็ใช้เงินแก้ปัญหาได้ทันที แต่การทำเองอาจจะได้เรื่องคุณค่ามาแทน เพราะเราต้องใส่ใจตั้งแต่เรื่องเมล็ด บด แช่ กรอง ฯลฯ ด้วยตนเอง และในระยะยาวก็ถูกกว่าหลายเท่าตัวเช่นกัน

(Visited 33 times, 1 visits today)
Close